คราวก่อนเราพูดถึงการมีเป้าหมายไปแล้ว
มันเป็นจุดเริ่มต้น เราจะได้รู้ ว่าจะทำอะไร ทำไปทำไม

ลืมบอกไปเมื่อตอนที่แล้ว ว่าวิธีของเจ้าของบลอคจะเน้นวิธี อึด ถึก ควาย~ เน้นอดทนๆเอา เพราะเป็นคนค่อนข้างหัวช้า และเป็นพวกต้องทำซ้ำๆย้ำๆ

(แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเวลาพักผ่อนนา ตอนม.6ยังมีเล่นๆ+ทำกิจกรรมในโรงเรียน+จีบสาวเล่นอยู่เลย 55555)
แต่ละคนก็มีหนทางของตัวเอง เราต้องปรับๆเอา
เอาละ
คราวนี้มาเริ่มลงมือเลยดีกว่า
ฮัดช่า!!!!Embarassed

วางแผนการอ่านหนังสือ
บางคนอาจจะมอง โห... มันจะต้องทำขนาดนั้นเลยหรอ เวอร์ไปปะ? อ่านไปเรื่อยๆไม่ได้หรอ?
โดยส่วนตัว+ประสบการณ์ที่ผ่านมา การวางแผนให้ประโยชน์กับหมาจริงๆ มันทำให้ใช้เวลาให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด วะฮะฮ่าๆๆๆๆ

1 รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง(?)

จู่ๆจะลุยดุ่มๆหลับหูหลับตาอ่านหนังสือไม่ด้ายยย >0< ก่อนอื่นเราจะต้องประเมินก่อนว่าไอ้ที่เราอยากจะเรียนเนี่ย เขาใช้ความรู้อะไรเข้าไปสอบบ้าง วิชาไหนไม่จำเป็นจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลากับมันมาก
ทีนี้พอจะประเมินตัวเอง ก็ทำได้หลายวิธี


     เปิดแต่ละวิชาดูว่ามีเนื้อหาอะไรบ้าง

     ดูจากสารบัญนี่แหละ
     โอ... บทนี้ อืม... ตอนนั้นตั้งใจเรียน พอนึกออกอยู่
     อ๊ะ! บทนี้เคยเรียนด้วยหรอ มันมีด้วยเรอะเนี่ยยย (แสดงว่าอันนี้อาการหนัก ต้องรีบทบทวนซะแล้ว)

      ลองทำข้อสอบแต่ละวิชา
      บางวิชาบางเนื้อหาเราอาจจะคิดว่าเราแม่นแล้ว แต่บางทีมันไม่ใช่

      ลองทำแล้วจะรู้ว่ามีเรื่องไหนที่ติดขัด อาจจะไม่ต้องลงมือทำก็ได้
      ลองเปิดข้อสอบอ่าน คิดว่าทำได้มั้ย ถ้าไม่ถึงกับตอบได้ แสดงว่าเรายังไม่เทพพอ(?)

2 กำหนดเวลา เขียนเล้ยยย เอาลงปฏิทินด้วย~~~
จัดเวลาว่าจะอ่านเวลาไหนบ้าง อย่างเจ้าของบลอคก็ไม่อยากจะตามใจตัวเอง อาศัยถามเพื่อนๆที่เรียนพิเศษกัน ว่าเริ่มเรียนกันกี่โมง เรียนวันนึงกี่วิชา จากนั้นก็เอามาปรับให้เข้ากับตัวเอง
ส่วนเวลาอ่านหนังสือ ถ้าวิชาหนักๆอย่าง เลข วิชาวิทย์3ตัว จะอ่านครั้งละ 3 ชม. แบ่งเป็น2พาร์ท พาร์ทละ 1ชม.ครึ่ง เบรคซัก10-15นาที 
วิชาเบาๆอย่าง ไทย สังคม (ในความคิดเรา) ก็ซัก 2 ชม.
ใน1อาทิตย์ พยายามอ่านให้ครบทั้ง7วิชา 1วันก็อ่านซัก 2-3 วิชา เพราะถ้าอ่านวิชาใดวิชาหนึ่งรวดไปเลย มันจะน่าเบื่อและทำให้ลืมเร็ว
ช่วงเช้าก็เป็นวิชาคำนวณ อย่าง เลข ฟิสิกส์
บ่ายก็วิชาอ่าน (ระวังง่วงนะ) เช่น เคมี ชีวะ
กลางคืนก่อนนอนก็เป็นวิชาสนุกสนาน เบาๆ อย่างวิชาภาษา หรืออาจไว้ใช้ทำข้อสอบ/แบบฝึกหัด เพื่อความโหดมันฮาก็ได้ Foot in mouth

 
อันนี้เป็นช่วงเวลาที่หมาจัดไว้อ่านหนังสือ(ตอนซัมเมอร์เตรียมสอบ)
7.00-8.00     ตื่นนอน ทำกิจวัตรประจำวัน
9.00-12.00   อ่านหนังสือ (พาร์ทแรก อ่านเนื้อหา+สรุป      พาร์ทหลัง ทำแบบฝึกหัด ทดสอบความเข้าใจ)
พักเที่ยง
13.00-16.00 อ่านหนังสือ (แบ่งเป็น2พาร์ทเหมือนเดิม)
พักผ่อนตามอัธยาสัย กินข้าว ดูหนังฟังเพลง ทำงานบ้าน ออกกำลังกายฯลฯ
20.30-22.30 อ่านหนังสือ (บางทีก็ติดลม เพลินไปถึงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสองก็มี - -“)

แต่พอเปิดเทอม ก็จะอ่านหลังทำการบ้าน+เคลียร์งานเสร็จ (มักใช้เวลา สองทุ่มครึ่ง ^^) อยู่โรงเรียนว่างๆก็นั่งอ่าน แต่ว่าพออยู่โรงเรียนมักจะจับสมาธิไม่ค่อยได้ ก็เอาแบบฝึกหัดมาทำแทน

อย่าลืม!! เขียนวันสอบลงปฏิทินด้วย เคยมีเพื่อนคนนึง อ่านหนังสือไม่ดูวันเวลา จนลืมวันสอบ! (น่าเสียดายมาก)
อีกอย่าง จะทำให้เราเห็นว่า เส้นตายใกล้มาถึงแล้ว หึหึหึ (โหดร้ายมาก T T)

 


3 ทำอย่างไรก็ได้ให้จำ
เราอ่านหนังสือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ความรู้ที่มีมากมายมหาศาลอัดเข้าไอยู่ในสมองอันน้อยนิดของเรา > < ซึ่งเจ้าของบลอคก็ทำวิธีเหล่านี้

     ไฮไลต์ ปากกาสี

     เจ้าของบลอคมีวิธีคือ อ่านรอบแรกจะใช้ไฮไลต์ขีดก่อน พออ่านอีกรอบจะใช้ปากกาสีขีดเส้นใต้ วง ส่วนที่สำคัญ และเด่นขึ้นมา บางคนอาจจะใช้โพสท์อิทแปะเขียนอธิบายเพิ่มเติมในหนังสือ ปากกาสีที่มีมีเยอะมากกก แต่ใช้เวลาอ่านหนังสือจะมีไม่เกิน5-6สี(ไม่รวมไฮไลต์) จะได้ไม่งงเวลาเลือกใช้สี Foot in mouth

     ทำโน้ตย่อ

     อันนี้เหมาะกับคนมีเวลา 55555 อย่างน้องๆม.4 ม.5 เรียนจบไปเรื่องๆนึง ก็ให้ทำเสีย
     มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกกกก T^T พอเตรียมเอนท์เราจะได้ไม่ต้องไปสรุปมันใหม่
     ส่วนวิชาที่มีสูตร อันนี้แนะนำว่าน่าทามากๆ เพราะมันต้องอาศัยความเข้าใจของเราเอง เช่น นิยามต่างๆในคณิตศาสตร์ ฟังดูไม่ใช่ภาษาคน - -“ แต่ถ้าสรุปเอง เราก็จะได้ภาษาที่เราเข้าใจ

 

     อ่านออกเสียง
     ในเมื่อตาดู มือเขียนไปแล้วมันก็ยังไม่สะใจ ปากเรามันก็ต้องพูดไปด้วย!!!! การที่เราออกเสียงจะทำให้สมองทำงานในหลายๆส่วน ตาก็ดู ปากก็พูด หูก็ฟัง ช่วยให้จำได้จริงๆ เราจะคิดว่าจะพูดอย่างไรเพื่อสื่อสารให้เข้าใจ(กรณีนี้ก็เหมือนการติวกับเพื่อนๆ ยิ่งติวยิ่งได้)
     เจ้าของบลอคก็ใช้วิธีเอารูปถ่ายคนที่เราชอบมาคั่นหนังสือ (ดารานักร้องพ่อแม่คนรัก อะไรก็ได้/ ระวัง! ถ้าใจไม่เด็ดพอ อาจทำให้สมาธิแตกซ่าน~) พออ่านเสร็จ ก็นั่งสรุปให้รูปภาพนั่นแหละฟัง (พูดเองคนเดียว บ้าชัดๆ T T) เคยมีอัดเสียงเอาไว้ฟังด้วย
 

     มองไปก็เจอ ให้มันหลอนไปเล้ยยย
เขียนลงโพสท์อิทแล้วแปะให้เห็น ให้มันผ่านตา ไว้ท่องให้จำ
เรื่องไหนเรื่องใหญ่อาจใส่กระดาษแผ่นใหญ่มาแปะไว้ เห็นบ่อยๆมันก็ต้องคุ้นๆบ้างแหละว้าาาาา
 
 
น่ากลัวเนอะ Foot in mouth
 

     คัด คัด คัด
     วิธีดั้งเดิมก็ยังคงใช้ได้ผล- -“ คัด 3 -4-5-10 บรรทัด ช่วยให้จำได้จริงๆ


ถ้าเราทั้งรับ(อ่าน ฟัง )และแสดงออกไป(พูด เขียน) จะทำให้เราจำได้แน่ ^^


4 ทดสอบอาวุธ(ความรู้)ของตัวเอง
  

วิธีทดสอบที่ดีคือ ทำแบบฝึกหัด/ข้อสอบเก่า
  

แบบฝึกหัดกับข้อสอบเก่ามันต่างกันอย่างไร? ต่างกันก็แค่ ข้อสอบเก่าเป็นของที่ใช้จริงในอดีตนั่นเอง(แบบว่า เป็นชุดๆ เป็นปีๆ ไว้เลย)
เวลาทำข้อสอบ(เรียกโดยรวมเลยแล้วกัน) ต้องหมั่นดูเวลา เพราะเวลาสอบของจริง เรามีเวลาจำกัด
ทำแล้วตรวจสอบว่าถูกไหม ถ้าถูกแล้วเราเข้าใจถูกรึเปล่า
ถ้าผิด มีเวลามากก็ให้ไปคิดเองก่อนว่าผิดที่ตรงไหน คิดจนกว่าจะคิดออกแล้วค่อยแก้(ไม่ไหวจริงๆค่อยดูเฉลย)
แต่ถ้าเวลาเหลือน้อย(วันสอบใกล้เข้ามาเต็มที่) ให้ดูเฉลยได้เลย แล้วจำไว้ว่าเราชอบพลาดตรงจุดนี้
แรกๆอาจจะทำได้ไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต้องกังวลนะ^^
พอทำไปเรื่อยๆแล้วก็จะเก่งเอง

ทำข้อสอบเก่า อย่าลืมจับเวลา สร้างสถานการณ์ให้เหมือนสอบจริงๆ นั่นคือ ทำทีเดียวยาววววว ไปเลยยยยย
คะแนนที่ได้ เวลาไปสอบจริงๆอาจจะไม่ได้เท่านี้ เพราะมีตัวแปรหลายอย่าง ไม่ได้ทำสบายๆเหมือนอยู่บ้าน

ตรงไหนเรายังไม่แม่น เราก็กลับไปอ่านทวนอันนั้นใหม่ ^^

+++++

ถาม:อ่านหนังสือขนาดไหนถึงจะพอ?

ตอบ: ไม่มีพอหรอก ต้องอ่านไปเรื่อยๆ > <
แต่ถ้าพอขนาดที่จะมั่นใจว่าไปสู้กับคนอื่นๆได้ก็ทำข้อสอบเก่าได้60%ขึ้นไป(ขึ้นอยู่กับความถนัด วิชา และความยากของแต่ละปีด้วย - -“) เพราะคะแนนอย่างหมอ+ทันตะ มันมักจะ 60 up~

อ่านไปเรื่อยๆแล้วมันจะชินเอง อย่างเจ้าของบลอคกับเพื่อนๆก็เข้าขั้นหมกมุ่น แบบว่า วันไหนไม่อ่านหนังสือแล้วรู้สึกเหมือนทำผิด (โฮ่~) บางทีก็เก็บไปฝัน แง่มๆโจทย์ข้อนั้นทำไม่ได้ (เพื่อนเรียนศิลป์ญี่ปุ่นเคยละเมอเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย =[]= !! ) หรือทำอะไรก็จะสามารถโยงเข้ากับเนื้อหาที่อ่านมาได้เสมอ

ก็ ลองเอาไปทำดูนะ น้องๆก็สามารถทำได้ ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดู(คิดว่ามันก็ฮาร์ดคอร์+จริงจังไปนะ- -“)

สู้ๆนะทุกๆคน ^^

 

ปล. ตัวเราก็ต้องเริ่มอ่านหนังสือแล้ววว T T
ปล.2 อากาศร้อนจริงๆ ให้ตายเถอะ!!!
ปล.3 ไม่ได้เขียนบลอคมานาน มาเขียนอะไรๆแบบนี้ใช้เวลานานทีเดียววว =w="

ปล.4 ขอเปลี่ยนธีม อันเก่ามันแคบไม่ไหวแล้วววว T T
 

Comment

Comment:

Tweet

เด็กคนนี้ฮึดแล้วค่ะ 
ขอบคุณมากนะฮ้ะ >3

#3 By พิชยารักษ์ (103.7.57.18|14.207.43.210) on 2013-03-11 18:30

ขอบคุณมากๆ ครับ ได้แนวในการเตรียมที่ดีขึ้น ^__^

#2 By thiti (103.7.57.18|180.180.115.86) on 2012-10-15 11:21

สะ...สุดยอดค่ะ!! จะนำไปปรับใช้นะคะ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่าาา

#1 By Aily on 2012-04-26 21:17